ปัญหาการใช้งาน Wireless Access point ในองค์กร PDF Print E-mail
Written by Webmaster   
Wednesday, 27 February 2013 00:00
ตอนนี้โรงเรียนของเรากำลังประสบปัญหาการใช้งาน  Wireless Access point

อ่านบทความนี้แล้วพอจะเข้าใจ ปีการศึกษา 2556 คงจะเป็นปีของ อุปกรณ์ไร้สาย ที่

เชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ตแน่ๆ ได้ข่าวว่า ม.1 ก็จะได้รับการจัดสรร tablet ทุกคน

ไม่รู้ว่าที่อื่นเค้ามีปัญหากันหรือเปล่า

แก้ปัญหา ของ Wireless Access Point ด้วย "Wi-Fi Array®"


Xirrus เป็นอุปกรณ์ที่เรียกกันว่า "Wi-Fi Array®" คืออุปกรณ์ั้ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้รองรับการทำงานที่ต้องการความเสถียรของระบบ + แบนด์วิดท์ในการรับ-ส่งข้อมูล + ความแรงของสัญญาณในการรับ-ส่งข้อมูลที่สูงมาก ทั้ง 3 ปัจจัยนี้คือคุณสมบัติของ Wi-Fi Array® ดังนั้นเรามาดูว่า Wi-Fi Array® ทำงานอย่างไร ?


คุณสมบัติ ของ Wireless Access Point ทั่วไปในท้องตลาด
โดยปกติทั่วไปนั้น อุปกรณ์ Wireless Access Point ที่ใช้งานทั่วไปในท้องตลาดจะมีลักษณะการทำงานที่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น Linksys by Cisco, D-Link, TP-Link, Zyxel, NetGear, Belkin ฯลฯ ทุกยี่ห้อจะมีการทำงานด้วยกัน 3 รูปแบบ คือ

    มีหน่วยประมวลผล หรือ CPU + หน่วยความจำในการ swap ข้อมูล จำนวน 1 ชุด (โดยในแต่ละยี่ห้อก็จะมีขนาดแตกต่างกันออก เช่น 16MB, 32MB, 64MB เป็นต้น)
    มีเสาอากาศแบบรอบทิศทาง (หรือ ที่เราจะเรียกกันว่า Dipole Antenna, Omni Antenna) สำหรับภายในอาคาร โดยบางรุ่นอาจจะมี 1 เสา บางรุ่นอาจจะมี 2-3 เสาอากาศ แล้วแต่การออกแบบของแต่ละยี่ห้อ
    กำลังส่ง หรือ Output Power มีหน่วยเป็น mW หรือ dBm โดยถ้ามีตัวเลขของกำลังส่งสูงก็จะสามารถส่งสัญญาณทั้งภาครับ-ส่งได้แรงกว่ารุ่นที่มีตัวเลขกำลังส่งต่ำกว่า

ดังนั้นจะสังเกตได้ว่า ไม่ว่าจะพลิกแพลงออกมารูปแบบไหน ทุกยี่ห้อก็จะหนีไม่พ้นคุณสมบัติหลัก 3 ประการนี้ครับ


ข้อด้อย ของ Wireless Access Point ทั่วไปในท้องตลาด
ถ้าจะเรียกว่าข้อด้อยก็คงจะไม่ถูกนักครับ ก็เพราะว่าทุกยี่ห้อ ทุกรุ่นที่ผลิตสินค้าออกมาขายในท้องตลาดนั้น ทำงานแบบเดียวกันหมด ! ซึ่งก็รวมไปถึง Wireless Access Point ที่เป็นยี่ห้อ Hi-End อย่าง Cisco เองก็ตาม ก็ยังทำงานในรูปแบบเดียวกัน นั่นก็คือรูปแบบการทำงาน 3 ข้อด้านบน ดังนั้นสิ่งที่ตามมาจากรูปแบบดังกล่าวก็คือ

    CPU และ RAM ที่ติดตั้งในอุปกรณ์จะเป็นตัวกำหนด "ตัวเลขในการรองรับจำนวนเครื่องลูกข่ายสูงสุด (Maximum Client Connection)" ที่เข้ามาเกาะสัญญาณทั้งรับและส่ง โดยส่วนใหญ่จะสามารถรองรับเครื่องลูกข่ายได้พร้อมกันประมาณ 16-32 เครื่อง (แต่โดยส่วนใหญ่ได้แค่ 10-16 เครื่องก็ไม่ไหวแล้วละครับ เพราะ CPU และ RAM มีจำกัดนั่้นเองครับ)

    ดังนั้นในกรณีที่เราต้องการติดตั้งระบบ Wireless เพื่อให้ใช้งานกับสถานที่ที่มีการใช้งานของผู้ใช้งานค่อนข้างเยอะ เช่น ห้องเรียนภายในโรงเรียน มหาวิทยาลัย, โรงแรม ห้องสัมมนา, งานประชุมขนาดใหญ่ ซึ่งรวมไปถึงสถานที่ที่ต้องการความเร็ว + เสถียรภาพของระบบไร้สายสูงมากนั้น จำเป็นที่จะต้องติดตั้ง Wireless Access Point จำนวนมากในสถานที่นั้น ซึ่งก็มีปัจจัยตามมาก็คือ การติดตั้ง, การควบคุม และความเสถียรของระบบโดยรวมทั้งหมด เป็นต้น

    ในกรณีที่มีเครื่องลูกข่ายเข้ามาเกาะสัญญาณไร้สายจากตัว Wireless Access Point จำนวนมากพร้อมกัน + แต่ละเครื่องก็ทำการรับ-ส่งข้อมูลในปริมาณมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการรับ-ส่งไฟล์ขนาดใหญ่ หรือข้อมูล Multimedia เป็นต้น "ก็จะทำให้ Throughput หรือประสิทธิภาพโดยรวมของการใช้งานในระบบไร้สายตกลงไปอย่างชัดเจน" ไม่ว่าจะเป็นความเร็วแบบ 54 Mbps, 150 Mbps หรือ 300 Mbps ก็จะเป็นอาการเดียวกันทั้งหมด

    ซึ่งก็ไม่แปลกครับ เพราะด้วยเหตุผลที่ว่า Wireless Access Point จะทำหน้าที่เหมือนกับ "HUB" ดังนั้น ในกรณีที่มีข้อมูลในปริมาณมากๆ วิ่งผ่านตัวของมันซึ่งก็มี CPU และ RAM จำกัดอยู่ก่อน ก็จะทำให้ประสิทธิภาพตกลงไปครับ เช่น ถ้าเราใช้เครื่องลูกข่ายเกาะสัญญาณไร้สายอยู่เพียง 2 เครื่อง เราอาจจะสามารถรับ-ส่งไฟล์ขนาด 1000 MB ได้ในระยะเวลาเพียง 10 นาที แต่ว่าถ้าในกรณีที่มีเครื่องลูกข่ายเกาะสัญญาณไร้สายจำนวน 10 เครื่อง เราอาจจะต้องใช้เวลาในการรับ-ส่งข้อมูลไฟล์ขนาด 1000 MB ถึง 40-50 นาที ทีเดียวครับ

    การกระจายสัญญาณด้วยเสาอากาศแบบรอบทิศทาง (Dipole/Omni Indoor Antenna) ที่ติดมากับตัวอุปกรณ์นั้น ค่อนข้างจะมีข้อจำกัดในการรับ-ส่งสัญญาณในระดับนึง กล่าวคือ เสาอากาศแบบรอบทิศทางนั้น จะส่งสัญญาณเพื่อกระจายออกไปยังรอบทิศทางของตัวเสาอากาศเอง ดังนั้ันเมื่อนำไปเทียบกับเสาอากาศประเภททิศทาง อย่าง Panel Antenna จะพบว่า "ระยะทางของเสาอากาศแบบ Omni นั้นจะสามารถส่งสัญญาณได้ + ความแรงของสัญญาณ ที่น้อยกว่าเสาอากาศแบบ Panel Antenna อย่างแตกต่าง" กันทีเดียวครับ แต่ที่ผู้ผลิตนิยมเอาเสาอากาศแบบรอบทิศทางมาติดตั้งนั้นก็เป็นเพราะความจำเป็น + ความสะดวกในการใช้งานของลูกค้า เพราะการนำไปใช้งานจริงนั้น ส่วนใหญ่ก็จะต้องใช้แบบรอบทิศทางเกือบทั้งหมด



Wi-Fi Array® คืออะไร ? แล้วจะมาแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างไร ?
โดยปกติแล้วเวลาพวกฝรั่งคิดอะไรได้เจ๋งๆ หรือสามารถทำสินค้าอะไรใหม่ๆ ออกมาขายพวกเรานั้น ผมรู้สึกค่อนข้างจะเสียดายอยู่บ่อยครั้ง เพราะว่าเรื่องบางเรื่องนั้น คนไทยก็สามารถที่จะทำได้เช่นกัน ไม่น่าจะหนีกันเท่าไรด้วยครับ แต่ด้วยโครงสร้างพื้นฐานในการทำอะไรเจ๋งๆ ของบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง เงินทุน, เทคโนโลยี หรือ ช่องทางการจำหน่ายสินค้าด้านเทคโนโลยี ยังไม่เอื้ออำนวย (อย่างมาก) เท่าไรนักครับ ดังนั้นก็คงจะต้องก้มหน้าก้มตาใช้สินค้าของฝรั่งต่อไป :D

ปัญหาที่ผมแจกแจงมาทั้งหมดด้านบน ไม่ใช่ว่าบ้านเราจะเจอแค่เราประเทศเดียวนะครับ ต่างประเทศก็เจอเหมือนกับเราๆ ท่านๆ นี่ละครับ ดังนั้นก็มีบริษัท ที่ชื่อว่า Xirrus ตั้งอยู่ที่ California, USA ได้สร้างผลิตภัณฑ์ที่เข้ามาแก้ไขปัญหาดังกล่าว และก็ตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ของเค้าว่า Wi-Fi Array®

OK ! มาดูกันว่าเค้าแก้ไขปัญหานี้อย่างไรครับ ?



1.0 วิธีการแก้ไขปัญหาด้วย Wi-Fi Array®

    สำหรับปัญหา CPU และ RAM ที่ติดตั้งในอุปกรณ์ที่มีอยู่อย่างจำกัด ทำให้อุปกรณ์ Wireless Access Point ไม่สามารถรับเครื่องลูกข่ายได้จำนวนมาก -> Wi-Fi Array® : แก้ไขโดยการ

        "เพิ่มประสิทธิภาพ CPU และขนาดของ RAM เข้าไปให้มากกว่าปกติ" (อันนี้ปกติครับ ไม่มีอะไรแปลกเท่าไร)

    สำหรับปัญหา จำนวนเครื่องลูกข่ายเข้ามาเกาะสัญญาณไร้สายจากตัว Wireless Access Point จำนวนมากพร้อมกันไม่ได้ และถ้าเข้ามาเชื่อมต่อมากจะทำให้ Throughput ต่ำลง -> Wi-Fi Array® : แก้ไขโดยการ

        "ปรับแต่ง Firmware ให้สามารถรองรับเครื่องลูกข่ายให้ได้ 64 Users / Radio" โดยคำนวณจำนวนเครื่องลูกข่ายให้เหมาะกับ CPU และ RAM ที่ถูกเพิ่มเข้ามา โดยสามารถเชื่อมต่อใช้งานได้จริงครบทั้ง 64 เครื่องพร้อมกัน ไม่ใช่แสดงเฉพาะตัวเลขที่สามารถรองรับได้เท่านั้น (อันนี้ก็ปกติครับ จะมีพิเศษอยู่ตรงที่ถ้าปรับแต่ง Firmware ให้เก่ง แล้วสามารถควบคุมให้ผู้ใช้งานทั้ง 64 Users สามารถใช้งานได้นิ่งและเสถียรมากพร้อมกัน ก็ต้องถือว่า Developer ก็เก่งทีเดียวครับ เหมือนกับที่ UBiQUiTi สามารถสร้าง Firmware AirOS ให้ดีมากขนาดนี้ครับ :D )

        "ติดตั้ง Wireless AP โมดูลจำนวน 16 ตัวลงไปใน Wi-Fi Array® 1 ชุด" โดยในตัวอุปกรณ์ Wi-Fi Array® นั้น เมื่อเราแกะอุปกรณ์ออกมาดูภายใน จะพบว่า Xirrus ได้สร้างสินค้า Wireless Access Point ที่รวมเอา AP จำนวน 16 ตัวอัดลงไปในอุปกรณ์เพียง 1 ตัว ! ผลการอัดตัว AP โมดูลจำนวนมากเข้าไปทำให้ อุปกรณ์ Wi-Fi Array® 1 ชุด สามารถที่จะปล่อยสัญญาณ SSID หรือ Radio Channel ออกมาได้ถึง 16 ช่องสัญญาณ และในแต่ละช่องสัญญาณก็รองรับความเร็ว IEEE 802.11a/b/g/n สูงสุดช่องสัญญาณละ 300 Mbps ดังนั้นในอุปกรณ์ Wi-Fi Array® 1 ชุด จะ "สามารถรองรับผู้ใช้งานสูงสุดได้ถึง 16x64 = 1,024 Users พร้อมกัน"

        ดังนั้นทำให้อุปกรณ์ Wi-Fi Array® 1 ชุด "สามารถรองรับความเร็วหรือมีแบนด์วิธสูงมากถึง 300Mbps x 16 = 4.8 Gbps" ทีเดียวครับ (ด้วยความเร็วขนาดนี้ทำให้ทาง Xirrus ก็เรียกอุปกรณ์ของตัวเองว่าเป็น Wireless Switch ไปแล้วครับ เทียบได้กับอุปกรณ์ Managed Switch ขนาด 24-Port 10/100 Mbps ทีเดียวละครับ)

        สำหรับการเชื่อมต่อภายในของ AP ทั้ง 16 ตัว จะถูกเชื่อมต่อผ่านโมดูลภายในที่เรียกว่า Wi-Fi Switch "โดย AP แต่ละตัวก็เชื่อมต่อกันภายในด้วย "Wi-Fi Switch" ความเร็ว 1000 Mbps ซึ่งอยู่ภายในอุปกรณ์ Wi-Fi Array®" + อีกทั้ง Wi-Fi Array® ยังใส่ "การทำงานพวก QoS และ VLAN-tagging รวมไปถึงระบบ Security ต่างๆ ที่อยู่ใน L2/L3 Managed Switch ลงไปในอุปกรณ์" Wi-Fi Array® อีกด้วย ผู้ใช้งานสามารถติดตั้งให้ Wi-Fi Array® เชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายเดิมแบบสายโดยผ่าน 2-Port Gigabit 10/100/1000 Mbps ที่มีช่องออกมาครับ

        ดังนั้นถ้าดูภาพโดยรวมแล้ว ทาง Xirrus มีวัตถุประสงค์ที่จะให้ผู้ใช้งานลืม Managed Swith แบบสายไปเลยทีเดีัยวละครับ



  1. สำหรับปัญหา การกระจายสัญญาณด้วยเสาอากาศแบบรอบทิศทาง (Dipole/Omni Indoor Antenna) ที่ติดมากับตัวอุปกรณ์นั้น ค่อนข้างจะมีข้อจำกัดในการรับ-ส่งสัญญาณ -> Wi-Fi Array® : แก้ไขโดยการ

    1. "ติดตั้งชุดเสาอากาศแบบ High-Gain Directional Antenna แบบ Panel จำนวน 48 ชุด" เข้าไปใน Wi-Fi Array® อีกด้วย ! :shock: ดังนั้นในแต่ละ AP จะมีเสาอากาศแบบทิศทาง จำนวน 4 เสาอากาศ / AP - บ้าพลังมากครับสำหรับสินค้าตัวนี้ :D แต่การบ้าพลังแบบนี้ถือว่าเยี่ยมทีเดียวครับ เพราะลองนึกภาพเสาอากาศแบบ High-Gain Panel Indoor Antenna จำนวน 48 เสาอากาศ ยิงสัญญาณรูปลูกโป่ง พุ่งไปด้านหน้า 75 องศา ของแต่ละตัว ดังนั้นจะมีสัญญาณรูปลูกโป่งแบบแรงๆ จำนวน 48 ลูก ! - สุดๆ จริงๆ ครับ
       
    2. สำหรับเรื่องการบริหารจัดการนั้น Xirrus Wi-Fi Array® "ได้ใส่ Wireless Controller เข้ามาในอุปกรณ์ของตัวเองแบบ Built-In ลงไปในอุปรกรณ์" เลยครับ ไม่ต้องไปซื้อ Wireless Controller แยกออกมาต่างหากเหมือนกับยี่ห้ออื่น



2.0 รูปร่างหน้าตา และตัวอย่างการนำไปติดตั้งใช้งานของ Xirrus Wi-Fi Array®

รูปร่างหน้าตาของ Xirrus Wi-Fi Array® เป็นแบบนี้ครับ


เวลาเรา Xirrus Wi-Fi Array® เอาไปติดตั้งใช้งานนั้น ก็จะมีรูปร่างแบบนี้ครับ



สามารถใส่ Outdoor Enclosure เพื่อนำเอา Xirrus Wi-Fi Array® ไปติดตั้งภายนอกอาคารก้ได้ครับ




Last Updated on Thursday, 28 February 2013 21:38