เมื่อวันที่ 21 ก.พ. นายสานิตย์ พลศรี นายกสมาคมครูชนบทจังหวัดชัยภูมิ กล่าวถึงการดำเนินโครงการเช่าอินเตอร์เน็ตโรงเรียน ในรูปแบบกลุ่มพื้นที่การบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประจำเขตตรวจราชการ (Cluster) ว่า

ตนได้รับทราบข้อกังวลใจของผู้บริหารในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) หลายคน โดยเฉพาะผู้บริหาร สพท.ที่ใกล้เกษียณอายุราชการ เกรงว่าการดำเนินการโครงการนี้ อาจจะส่งผลทำให้ต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ในลักษณะเดียวกับการดำเนินการโครงการ Safe Zone School เพื่อป้องกันและสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้โรงเรียน ครู นักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ทั้งนี้เนื่องจากอาจเข้าข่ายลักษณะการรวบอำนาจ โดยการจัดซื้อจัดจ้างของแต่ละกลุ่มพื้นที่การบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ Cluster มีสัญญาเดียว อาจเสี่ยงต่อการผูกขาดของบางบริษัท และเป็นการยากต่อการกำกับ ติดตาม เพราะโรงเรียนในแต่ละเขตตรวจราชการมีจำนวนมาก ส่งผลให้อาจมีการขายช่วงให้กับบริษัทอื่นรับไปดำเนินการแทน

นายสานิตย์ กล่าวอีกว่า กรณีดังกล่าวส่งผลให้ผู้บริหาร สพท.บางแห่งเป็นกังวลใจ แต่น้ำท่วมปาก หากทาง สพฐ.ยังดึงดันที่จะดำเนินการโครงการในลักษณะนี้ต่อไป ไม่ยอมกระจายอำนาจให้แต่ละโรงเรียนไปจัดซื้อจัดจ้างเช่าอินเตอร์เน็ตกันเอง ก็ขอเรียกร้องให้เพื่อนครูทุกคนคอยจับตาดูกันต่อไป อีกไม่นานเกินรอเราอาจจะได้เห็นกันว่า มีใครบ้างที่อาจจะเสียคน

 

“เมื่อถึงเวลานั้น ผมในฐานะประชาชนผู้เสียภาษีคนหนึ่ง จะอาสาไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องที่ทำให้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมหาศาลก้อนนี้เกิดความเสียหาย” นายกสมาคมครูชนบทจังหวัดชัยภูมิ กล่าว.